หนอนปลอกเล็กเป็นศัตรูพืชที่พบการระบาดได้ตลอดปีโดยที่ผ่านมาจะพบการระบาดมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ จึงขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ หากพบการเข้าทำลาย ให้ดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดทันที หรือขอคำแนะนำในการป้องกันกำจัดได้ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน
ลักษณะการทำลาย
หนอนปลอกเล็กตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ระยะหนอนเป็นระยะที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยหนอนจะแทะผิวใบ ทำให้ใบแห้งเป็นสีน้ำตาล และกัดทะลุใบเป็นรูและขาดแหว่ง ถ้ารุนแรงจะเห็นทางใบทั้งต้นเป็นสีน้ำตาลแห้งคล้ายใบไหม้ ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตลดลง เมื่อเริ่มแทะใบจะนำใยที่ขับออกมาจากปาก นำมาสร้างปลอกห่อหุ้มตัวเอง ปล่อยให้มีช่องเปิดปลายปลอกทั้ง 2 ทาง สำหรับช่องเปิดด้านบนสำหรับโผล่หัวออกมาแทะกินใบพืช ส่วนช่องเปิดด้านล่างสำหรับเป็นช่องขับถ่าย ระยะหนอนใช้เวลาประมาณ 92 – 124 วัน และการแพร่กระจายโดยสาวใยห้อยตัวลงมาแกว่งปลิวไปตามลม จึงทำให้กระจายไปยังพื้นที่รอบข้างได้อย่างรวดเร็ว
แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
1. หมั่นสำรวจสวนปาล์มน้ำมันและมะพร้าวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันการเข้าทำลายของหนอนปลอกเล็กได้ และไม่เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดไปยังพื้นที่ข้างเคียง
2. หากเริ่มพบการทำลายเล็กน้อย ให้ตัดทางใบที่หนอนกำลังกินมาเผาทำลาย
3. หากอยู่ในพื้นที่การระบาดของด้วงงวงหรือด้วงสาคูไม่ควรตัดทางใบเพราะรอยแผลจะเป็นช่องทางเข้าทำลายของด้วงงวง ให้พ่นเชื้อบีที (Bacillus thuringiensis) อัตรา 100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบ 5 มิลลิลิตร พ่นให้ทั่วบริเวณใต้ใบและต้องพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงแสงยูวีที่จะทำลายเชื้อบีที โดยใช้เครื่องพ่นที่ปรับความดันได้ไม่น้อยกว่า 30 บาร์ และพ่นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ห่างกัน 5 – 7 วัน
4. กรณีที่พบการระบาดรุนแรง ขอแนะนำให้ใช้วิธีพ่นสารเคมีทางใบ 1 – 2 ครั้งห่างกัน 15 วัน โดยเลือกใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่ง ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร คือ
– ฟลูเบนไดเอไมด์ 20% WG อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
– คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
– ลูเฟนนูรอน 5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
* ควรระมัดระวังการใช้สารลูเฟนนูรอน ในบริเวณใกล้แหล่งน้ำหรือบริเวณเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากมีพิษสูงต่อกุ้ง
และเมื่อเกษตรกรจะทำการฉีดพ่น ควรงปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้สารเคมีอย่างเคร่งครัด และต้องสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันตัวองเพื่อป้องกันอันตรายด้วย

