เตือน “มอดเจาะผลกาแฟ” ทำผลผลิตร่วงเสียหาย กระทบต่อรายได้

มอดเจาะผลกาแฟ เป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก ความยาวของลำตัว 1.5 – 2 มิลลิเมตร มีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ ขยายพันธุ์ได้ 8 – 9 รุ่นต่อปี ตัวเต็มวัยทั้งตัวผู้และตัวเมียเมื่ออกจากดักแด้แล้วจะเจาะกัดกินผลกาแฟเป็นอาหาร โดยตัวผู้ที่ไม่ชอบการเคลื่อนย้าย มักจะอาศัยกัดกินอยู่กับผลเดิมที่ออกจากดักแด้จนกระทั่งผลนั้นแห้งเหี่ยวและร่วงหล่นไป ตัวเมียมักจะบินไปเป็นระยะทางไกล ๆ เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่และผสมพันธุ์วางไข่ โดยเพศเมียจะเจาะผลกาแฟเป็นรูแล้ววางไข่ไว้ภายใน ไข่จะมีระยะเวลาฟักตัวประมาณ 5 – 8 วัน เพื่อเจริญต่อไปเป็นตัวหนอนที่มีลำตัวสีขาว หัวสีน้ำตาล โดยตัวหนอนนี้จะอาศัยกัดกินอยู่ภายในผลกาแฟจนกระทั่งมีอายุประมาณ 10 – 16 วัน จึงเข้าดักแด้ระยะการเป็นดักแด้ประมาณ 7 – 9 วัน จากนั้นก็เจริญต่อไปเป็นตัวเต็มวัยซึ่งวงจรชีวิตของมอดเจาะผลกาแฟจะมีระยะเวลาประมาณ 25 – 35 วัน

ลักษณะการเข้าทำลาย

ระยะผลอ่อนจะพบมอดเจาะผลกาแฟทุกวัยค่อนข้างน้อยแต่ปริมาณจะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะผลกาแฟสุกหรือในระยะเก็บเกี่ยวซึ่งจะอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำความเสียหายให้กับเมล็ดภายในผล และสามารถเข้าทำลายผลกาแฟได้ทุกระยะการพัฒนาของผลกาแฟ ตั้งแต่ผลกาแฟยังมีขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีดจนกระทั่งผลกาแฟแห้งคาต้น ส่วนมากแล้วตัวเต็มวัยจะเจาะเข้าไปทำลายบริเวณปลายผลหรือสะดือผล แล้วเข้าไปวางไข่ด้านในผล ตัวหนอนจะกัดกินอยู่ภายในผล ทำความเสียหายให้แก่เมล็ดภายในผล และจะเข้าดักแด้อยู่ภายในผล จึงทำให้มีการแพร่ระบาดและเข้าทำลายสร้างความเสียหายในแปลงกาแฟเป็นอย่างมาก

แนวทางป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟ ดังนี้

1) สำรวจการระบาดของมอดเจาะผลกาแฟอย่างสม่ำเสมอ

2) รักษาความสะอาดแปลง ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มให้โปร่ง เก็บเกี่ยวผลกาแฟให้หมดต้น เก็บผลกาแฟที่ถูกมอดเจาะทำลายออกไปทำลายนอกแปลง

3) วางกับดักสารล่อมอดเจาะผลกาแฟ (เมทิลแอลกอฮอล์ : เอทิลแอลกอฮอล์ อัตราส่วน 1 : 1) อัตรา 5 – 10 จุดต่อไร่ วางสูงจากพื้น 1.0 – 1.5 เมตร และเติมสารล่อทุก ๆ 2 สัปดาห์

4)การควบคุมโดยชีววิธี ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย สายพันธุ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับมอดเจาะผลกาแฟ (Beauveria bassiana สายพันธุ์ DOA B18 ของกรมวิชาการเกษตร) อัตราเชื้อสด 2 – 4 ถุง ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบตามอัตราแนะนำ อัตราพ่น 150 – 200 ลิตรต่อไร่ ฉีดพ่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในช่วงติดผลจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต และควรพ่นในช่วงเวลาเย็นหรือหลีกเลี่ยงแสงแดด

5) หากระบาดรุนแรง พ่นสารฆ่าแมลง ไตรอะโซฟอส 40% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในระยะที่ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 มิลลิเมตร จนถึงผลกาแฟสุก

สำหรับการป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟหลังการเก็บเกี่ยว มีคำแนะนำ ดังนี้

1) แหล่งกะเทาะเปลือกเมล็ดกาแฟ และตากกาแฟกะลา เป็นแหล่งสะสมของมอดเจาะผลกาแฟที่อาจติดมากับผลกาแฟจากแปลง และตกค้างอยู่ในกองเศษซากเปลือกและเมล็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกาแฟกะลาช่วงเวลาการลดความชื้น จึงควรมีการวางกับดักร่วมกับสารล่อมอดเจาะผลกาแฟ เพื่อลดปริมาณมอดเจาะผลกาแฟแพร่กระจาย หรือกลับเข้าสู่พื้นที่ปลูกกาแฟ

2) ควรเก็บเกี่ยวผลกาแฟให้หมดต้น ทั้งผลเขียว และผลดำ เพื่อลดการระบาดของแมลงที่สะสมในผล

3) กระสอบที่เก็บเกี่ยวหรือบรรจุผลกาแฟ ควรเป็นกระสอบที่ ทำความสะอาดง่าย สามารถกำจัดแมลงที่ตกค้างอยู่ได้

4) ผลผลิตกาแฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งกาแฟกะลาที่พบว่ามีมอดเจาะผลกาแฟที่เก็บในกระสอบ ควรมีการปิดปากกระสอบให้มิดชิด แยกออกจากพื้นที่ และรีบนำไปทำลายโดยเร็ว

5) วางกับดักและสารล่อมอดเจาะผลกาแฟในแหล่งที่ตากกาแฟกะลาที่มีความชื้นสูง เพื่อดักจับแมลงมากำจัด

ทั้งนี้ หากเกษตรพบการระบาดของมอดเจาะผลกาแฟให้ดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดตามคำแนะนำของกรมส่งเสริมการเกษตร หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน

Scroll to Top