ต้นยางพาราเป็นพืชที่ทนน้ำท่วมได้พอสมควร แต่หากน้ำท่วมไม่เกิน 30 วัน ต้นยางพาราจะไม่ตายและไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่หากน้ำท่วมนานเกิน 30 วัน ต้นยางพาราอาจตายได้ เนื่องจากรากยางพาราจะขาดอากาศหายใจ แต่หากเป็นยางพาราอายุ 2–8 เดือน ทนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 15 วัน
การจัดการดิน
- รีบระบายน้ำออกจากสวน กรณีน้ำไม่สามารถระบายออก ให้ขุดร่องระบายน้ำ
- หลังน้ำลดระยะแรก ดินยังเปียกชื้น ชุ่มน้ำ ห้ามคน สัตว์เลี้ยง และเครื่องจักรเข้าไปเหยียบย่ำในแปลง เพราะทำให้โครงสร้างดินจับกันแน่น และเมื่อดินเริ่มแห้ง โครงสร้างของดินจะจับกันแน่นและแข็งตัวมาก
- เมื่อดินแห้ง ยางเล็กให้พรวนดิน แต่ยางใหญ่ไม่ต้องพรวนดิน เพราะจะทำให้รากกระทบกระเทือน
- หากพื้นดินภายหลังน้ำท่วมเป็นกรดจัด ให้ใช้ปูนขาว โดโลไมท์ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดของดิน
การจัดการสวนยางพารา
- ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ป้องกันโรค/ลมพายุ โดยตัดให้ชิดลำต้น ไม่ควรโน้มต้นยางลงมาเพื่อตัดแต่งกิ่ง เพราะจะทำให้เปลือกแตก น้ำยางไหล หรือต้นยางหักได้ หลังตัดแต่งกิ่งแล้วควรใช้ปูนขาวหรือปูนแดงทาบริเวณที่ตัด ต้นยางพาราใหญ่ ตัดแต่งกิ่งที่แน่นทึบ กิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค
- หลังน้ำลด เมื่อดินในสวนแห้ง ให้กำจัดเศษไม้และเศษวัสดุต่าง ๆ
- รอให้ดินแห้ง 30 วัน จึงทำการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมกับอายุของต้นยางพารา
การจัดการตามอายุของต้นยางพารา
- ต้นยางพาราอายุน้อยกว่า 1 ปี
หากมีต้นตาย ให้ปลูกซ่อมโดยเร็ว ส่วนต้นเสียหาย ตัดกิ่งกระโดงที่ได้รับความเสียหายออก แล้วทาปูนขาว ปูนแดง หรือสารเคมีป้องกันเชื้อราบริเวณแผลที่ตัด
- ต้นยางพาราอายุ 1–2 ปี ต้นที่เอนล้ม
ยกต้นให้ตั้งตรงขณะดินเปียกชื้น ต้นหักเสียหาย ตัดยอดที่เสียหาย ทาแผลที่ตัดแต่ง แล้วทาปูนขาว ปูนแดง หรือสารเคมีป้องกันเชื้อรา ตัดแต่งกิ่งให้เหลือกิ่งเดียว ถ้ามีเปลือกต้นเสียหาย ขูดออกแล้วทาด้วยปูนขาวผสมน้ำ 10–20% ป้องกันการคายน้ำและแดดเผา
- ต้นยางพาราอายุ 2–3 ปี ต้นเอนล้ม
หากลำต้นสภาพปกติ ให้ตัดแต่งกิ่ง/พุ่มใบให้สูงจากพื้นดิน 2.5 เมตร แล้วค้ำยันให้มั่นคง กลบดินที่โคนต้นให้แน่น ทาด้วยปูนขาวผสมน้ำ 10–20% ป้องกันการคายน้ำและแดดเผา
- ต้นยางพาราใหญ่เปิดกรีดแล้ว
งดกรีดยางจนกว่าสภาพดินจะแห้งปกติ ทาหน้ายางด้วยสารเคมีป้องกันโรคเส้นดำ หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า จำนวน 1 ถุง ละลายประมาณ 2–5 ลิตร ทิ้งไว้ 5–10 นาที ใช้แปรงจุ่มทาบริเวณหน้ายางที่เปิดกรีด แต่ห้ามใช้ไตรโคเดอร์ม่าร่วมกับปูนทาหน้ายางหรือยาฆ่าเชื้อราทุกชนิด
ที่มา: การยางแห่งประเทศไทย, กรมวิชาการเกษตร, กรมส่งเสริมการเกษตร






