การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ด้านพืช


หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569
ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568

หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ

  • ช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น
  • พื้นที่ทำการเพาะปลูกมีพืชตายหรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้อีก ให้ช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายจริง ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ในอัตรา ดังนี้
    • ข้าว ไร่ละ 2,240 บาท
    • พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 3,180 บาท
    • ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ไร่ละ 6,800 บาท
  • ไม้ผล ไม้ยืนต้น ได้รับผลกระทบ พืชชะงักการเจริญเติบโตแต่ไม่ตาย และยังอยู่ในสภาพฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือผลผลิตได้รับผลกระทบจนเสียหาย ให้ช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ในอัตราไร่ละ 3,400 บาท
  • ทั้งนี้ การช่วยเหลือรวมกันไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
  • ช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้งซากวัสดุที่ทับถมพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ ในขนาดพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ ทั้งนี้ ราคาไร่ละ 16,000 บาท

ขั้นตอนการขอรับช่วยเหลือ

  • เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินแล้ว
  • เกษตรกรยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้าน/กํานัน อบต./ นายกเทศมนตรี ตรวจสอบและรับรอง ความเสียหาย แล้วแต่กรณี
  • คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ตรวจสอบและรับรอง ความเสียหาย แล้วแต่กรณี
  • นํารายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปติดประกาศคัดค้านตามสถานที่ที่กําหนด ไม่น้อยกว่า 3 วัน
  • สํานักงานเกษตรอําเภอนําเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. พิจารณาให้ความช่วยเหลือ (วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท) ภายใน 40 วัน นับแต่วันที่เกิดภัย
    • หากไม่เพียงพอ ให้สํานักงานเกษตรจังหวัดเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. พิจารณา ให้ความช่วยเหลือ (วงเงินในอํานาจ 20 ล้านบาท) ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ผ่านการพิจารณา
    • หากไม่เพียงพอ ให้คณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. พิจารณาให้ความเห็นชอบขอใช้เงิน ทดรองราชการในอํานาจปลัด กษ. (วงเงินในอํานาจ 50 ล้านบาท) จังหวัดเสนอกรม ภายใน 10 วัน


3 ขั้นตอนควรรู้ เมื่อพืชเสียหายจากภัยพิบัติ! เกษตรกรต้องทำอย่างไร?

เมื่อพืชผลได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ เกษตรกรต้องตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร รีบยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01) และเข้าร่วมประชาคมเพื่อรับสิทธิ์เยียวยาจากภาครัฐตามขั้นตอนของ กรมส่งเสริมการเกษตร

  • เช็คทะเบียนเกษตรกรให้ชัวร์
    • ตรวจสอบว่าได้ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลแปลงเพาะปลูกให้เป็น “ปัจจุบัน” ก่อนเกิดภัยหรือไม่
    • หากข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน จะเสียสิทธิ์การรับความช่วยเหลือทันที
    • ตรวจสอบข้อมูล/ปรับปรุงข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือแอปพลิเคชัน Farmbook
  • ยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01)
    • ยื่นเมื่อพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือฯ
    • รับแบบฟอร์มได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือเว็บไซต์ disaster.doae.go.th
    • ต้องให้ผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเทศมนตรี ลงนามรับรองความเสียหายก่อนยื่น
  • ร่วมประชาคมและติดตามรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ
    • ไปร่วมประชาคมและตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ ณ สถานที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด
    • ธ.ก.ส. จะโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเมื่อผ่านการอนุมัติ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ
Scroll to Top