1. การจัดการพื้นที่
- ทำทางระบายน้ำออกจากโคนต้นโดยเร็ว
- รักษาระดับน้ำให้ต่ำกว่าบริเวณโคนต้นประมาณ 30 เซนติเมตร
2. ระวังการย่ำดิน
- ห้ามเดินเหยียบบริเวณโคนต้น หรือนำเครื่องจักรกลเข้าสวน
- หน้าดินที่น้ำท่วมขังนาน โครงสร้างถูกทำลายง่าย เกิดผลเสียต่อการไหลซึมของน้ำและการระบายอากาศ กระทบต่อรากพืช อาจทำให้ต้นโทรมหรือตายได้
- ไม่ตัดแต่งทางใบหรือทะลายที่เน่าเสีย เพราะจะทำให้ต้นโยกคลอน รากที่เกิดใหม่เสียหาย
- เมื่อพื้นแห้ง ตัดแต่งทางใบและทะลายที่เน่าเสียออก
3. หากต้นปาล์มล้มเอียง
- ยกต้นปาล์มตั้งตรง และใช้ไม้ค้ำยันก่อนที่ดินจะแข็ง
4. เมื่อดิน/ทรายทับถมที่โคนต้น
- หลังน้ำลดและดินแห้ง ให้ปรับแต่งดินที่โคนต้นออก
5. หากตรวจพบต้นปาล์มตาย
- ควรขุดต้นที่ตายและทำลายทิ้ง
- ใช้ปูนขาวโรยหลุมปลูกฆ่าเชื้อโรค ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์
6. วิธีฟื้นฟู
- ระยะสั้น: หลังน้ำลด 10–15 วัน ใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตรา 50–100 กรัม/ต้น ฉีดพ่นทางใบ
- ระยะยาว
- โรยปูนขาวหลังน้ำลดและเมื่อดินเริ่มแห้ง รอบโคนรัศมีทางใบ เพื่อปรับสภาพดินและฆ่าเชื้อโรค
- ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก ปรับโครงสร้างดิน
- ใส่ปุ๋ยสูตร 0-3-0 หลังโรยปูนขาว 7–15 วัน เร่งการเจริญเติบโตของระบบราก ปาล์มขนาดเล็กใช้ 500 กรัม ปาล์มขนาดใหญ่ใช้ 1.5 กิโลกรัม
- ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 21-21-21 ช่วยให้ปาล์มฟื้นตัวเร็วขึ้น
ปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตแล้ว
- ควรตัดทะลายเน่าทิ้ง หากปล่อยไว้นานอาจเกิดเชื้อราแพร่กระจายไปทะลายอื่น/สวนอื่นได้
- ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันโรคเชื้อราหลังน้ำท่วม เช่น เมทาแลกซิล (ริดโดมิล)/ไทแรม/คาร์บอกซิล ผสมน้ำในอัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร








