เตือนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน โดยเฉพาะทุเรียนที่อยู่ในระยะแตกใบอ่อน ระวังการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน เนื่องจากตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนจะทำลาย โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ทำให้ใบหงิกงอ แห้งและร่วงได้ ประกอบกับสภาพอากาศในช่วงนี้ อากาศร้อน มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ เหมาะต่อการแพร่ระบาด ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจ สวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ หากพบการเข้าทำลายขอให้ดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดก่อน เกิดการระบาดรุนแรง หรือสามารถขอคำแนะนำได้ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allocarsidara malayensis (Crawford) วงศ์ Psyllidae อันดับ Hemiptera
รูปร่างลักษณะ
ตัวเต็มวัยจะวางไข่เข้าไปในเนื้อเยื่อของใบพืช มีลักษณะเป็นตุ่มสีเหลืองหรือน้ำตาลเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มมีไข่ประมาณ 8 – 14 ฟอง หลังจากนั้นไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนมีขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร และเมื่อพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะต่อไปมีขนาดใหญ่ขึ้น ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีปุยสีขาวติดตามลำตัว โดยเฉพาะที่ด้านท้ายของลำตัวจะมีปุยยาวสีขาวคล้าย ๆ กับหางไก่แจ้ จึงได้ชื่อว่า “เพลี้ยไก่แจ้” หรือ “เพลี้ยไก่ฟ้า” เมื่อลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยจะมีสีน้ำตาลปนเขียวยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร และมีอายุยาวถึง 6 เดือน ตัวเต็มวัยจะไม่ค่อยบินนอกจากถูกรบกวน มักพบระบาดในช่วงทุเรียนแตกใบอ่อน
ลักษณะการทำลาย
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ทำให้ใบอ่อนเป็น จุดสีเหลือง ไม่เจริญเติบโต เมื่อระบาดมาก ๆ จะทำให้ใบหงิกงอ และถ้าเข้าทำลายในช่วงที่ใบอ่อนยังเล็ก มากและยังไม่คลี่ออกจะทำให้ใบแห้งและร่วง ตัวอ่อนของแมลงชนิดนี้จะขับสารเหนียวสีขาวออกมาปก คลุมใบทุเรียน เป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อราตามบริเวณที่สารชนิดนี้ถูกขับออกมา
แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
1. สำรวจสวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงทุเรียนแตกใบอ่อน
2. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ แมลงศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยไก่แจ้มีหลายชนิด ดังนี้ แมลงห้ำ ได้แก่ ด้วงเต่าลาย แมลงช้างปีกใส แมลงเบียน ได้แก่ แตนเบียนตัวอ่อนเพลี้ยไก่แจ้ในวงศ์ Encyrtidae
3. เพลี้ยไก่แจ้จะทำลายเฉพาะใบอ่อนทุเรียนที่ยังโตไม่เต็มที่ โดยปกติทุเรียนแตกใบอ่อนไม่พร้อมกัน แม้แต่ทุเรียนในสวนเดียวกัน ควรจะพ่นสารกำจัดแมลงเมื่อทุเรียนส่วนใหญ่แตกใบอ่อน สำหรับต้นที่ แตกใบอ่อนไม่พร้อมต้นอื่นควรพ่นเฉพาะต้น
4. บังคับทุเรียนให้แตกใบอ่อนพร้อมกัน โดยกระตุ้นด้วยการพ่นยูเรีย (46-0-0) อัตรา 200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อลดช่วงการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน
5. หากพบการระบาดมาก ให้พ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่งผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7 – 10 วันในช่วงแตกใบอ่อน ดังนี้
- ไทอะมีทอกแซม 25% WG อัตรา 8 กรัม
- ไดโนทีฟูแรน 10% WP อัตรา 15 กรัม
- ไทอะมีทอกแซม/แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 14.1%/10.6% ZC อัตรา 30 มิลลิลิตร
- อิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 5 กรัม
- แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% EC อัตรา 10 มิลลิลิตร

