ไรแดงแอฟริกันในทุเรียน

ไรแดงระบาดในระยะที่ฝนเริ่มทิ้งช่วง อากาศแห้งแล้งและมีลมพัดแรง จะพบไรแดงสูงที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จากนั้นไรแดงจะค่อยๆ ลดลง ปริมาณอาจสูงขึ้นอีกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งแล้งจัด และปัจจุบันพบว่าไรแดงสามารถระบาดได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนขึ้น

รูปร่างลักษณะ

เพศเมียลำตัวมีลักษณะอ้วนกลม ค่อนข้างแบน มีสีน้ำตาลเข้ม เพศผู้มีสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเล็กกว่าตัวเมีย ด้านหน้าของลำตัวกว้างและค่อยๆ เรียวแคบ เล็กลงทางด้านท้าย ก้นแหลม ขายาว

ลักษณะการเข้าทำลาย

ไรแดงดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่บริเวณผิวใบพืช ทำให้เกิดเป็นจุดประสีขาวกระจายอยู่ทั่วบนใบ ต่อมาจุด ประสีขาวจะแผ่ขยายออกไปเป็นบริเวณกว้าง จนใบมีอาการขาวซีดและมีคราบสีขาวเกาะติดเป็นผงขาวๆ คล้ายฝุ่นจับ ถ้าหากมีไรแดงทำลายเป็นปริมาณมากและต่อเนื่องจะทำให้ใบร่วงและมีผลกระทบต่อการออกดอกและติดผล ต้นพืชจะเกิดความเสียหายจากไรแดงเมื่อใบแก่ถูกทำลายมากกว่าร้อยละ 25 ของใบที่สำรวจ

แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

1.สำรวจสวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

2. หมั่นตรวจดูใบทุเรียน โดยใช้แว่นขยาย กำลังขยาย 10 เท่า ส่องดูใบเพสลาดและใบแก่ด้านหน้าใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มีลมพัดแรง และฝนทิ้งช่วง

3. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติไว้ควบคุมไรแดงตามธรรมชาติ ได้แก่ ไรตัวห้ำ เพลี้ยไฟตัวห้ำ ด้วงตัวห้ำ แมลงวันตัวห้ำ แมลงวันขายาว แมลงช้างปีกใส และแมงมุม

4. หลีกเลี่ยงการปลูกพืชอาศัยของไรแดงในสวนทุเรียนหรือบริเวณใกล้เคียง ถ้ามีพืชเหล่านั้น เช่น ส้ม มะละกอ มะนาว หรือพืชตระกูลถั่ว ควรป้องกันกำจัดไรแดงชนิดนี้บนพืชอาศัยนั้นด้วย

5. ใช้ระบบน้ำเหวี่ยงหรือเครื่องพ่นน้ำ 1 – 2 ชั่วโมงต่อวัน ให้ใบทุเรียนเปียก โชกทั่วทรงพุ่ม เพื่อลดปริมาณไรแดงในช่วงฤดูแล้งให้อยู่ในระดับต่ำ (วิธีนี้จะช่วย เพิ่มความชื้นให้กับศัตรูธรรมชาติให้สามารถด รงชีวิตอยู่ และเพิ่มปริมาณสูงขึ้นในช่วงแล้ง ซึ่งจะควบคุมประชากรของไรแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ)

6. เมื่อพบการระบาดให้ใช้สารฆ่าไร โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่งผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นทั้งต้นโดยเฉพาะบริเวณ ยอด เมื่อพบไรระบาด พ่นซ้ำตามความจำเป็น ได้แก่

– สารโพรพาร์ไกต์ 30% WP อัตรา 30 กรัม

– อะมิทราซ 20% EC อัตรา 30 มิลลิลิตร

– เฮกซีไทอะซอกซ์ 2% EC อัตรา 40 มิลลิลิตร

การใช้สารฆ่าไร ไม่ควรพ่นสารชนิดเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรใช้สลับชนิดกัน เพื่อป้องกันไรสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าไร และใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

Scroll to Top