สภาพอากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนตกและลมแรงเหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง เตือนภัยเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในระยะติดผล พัฒนาผล จนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต เฝ้าระวังการระบาด เกษตรกรควรหมั่นสำรวจ แปลงอย่างสม่ำเสมอ ให้ดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรงหรือ สามารถขอคำแนะนำได้ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน
ลักษณะการทำลาย
เพลี้ยแป้งจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากบริเวณกิ่ง ช่อดอก ผลอ่อน ผลแก่ โดยมีมดช่วยพาไปตามส่วนต่างๆ ส่วนที่ถูกทำลายจะแคระแกร็น และชะงักการเจริญเติบโต นอกจากนี้เพลี้ยแป้งจะขับมูลหวานออกมาเป็นเหตุให้ราดำเข้าทำลายซ้ำ เพลี้ยแป้งเข้าทำลายทุเรียนผลเล็ก ทำให้ผลแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโตต่อไป ถ้าเป็นทุเรียนผลใหญ่ไม่มีผลทำให้เนื้อของทุเรียนเสียหาย แต่ทำให้คุณภาพของผลทุเรียนเสียไป ราคาตก
ลักษณะรูปร่าง
เพลี้ยแป้งเพศเมีย มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีสีเหลืองอ่อนหรือชมพู ลักษณะอ้วนสั้น มีผงสีขาวคล้ายผงแป้งปกคลุมลำตัวอยู่ ไข่เป็นกลุ่มำนวนไข่แต่ละกลุ่ม 100 – 200 ฟอง สามารถวางไข่ได้ 600 – 800 ฟอง ในเวลา 14 วัน ไข่จะฟักอยู่ในถุงใต้ท้องเพศเมีย ระยะไข่ประมาณ 6 – 10 วัน เมื่อหยุดไข่ก็จะตายไป ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ มีสีเหลือง อ่อนไม่มีผงสีขาวปกคลุม ตัวอ่อนจะคลานออกจากกลุ่มไข่ไปหาที่เหมาะสมเพื่ออยู่อาศัย เพศเมียไม่มีปีก เพศผู้มีปีก และมีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย
แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด
1. หากพบเพลี้ยแป้งระบาดเล็กน้อยให้ตัดส่วนที่ถูกทำลายทิ้ง
2. เมื่อพบเพลี้ยแป้งปริมาณน้อยบนผลทุเรียนใช้แปรงปัด หรือใช้น้ำพ่นให้เพลี้ยแป้ง หลุดไป หรือใช้น้ำผสมไวต์ออยล์ 67% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
3. กำจัดมดพาหะ โดยใช้ผ้าชุบสารกำจัดแมลงชนิดใดชนิดหนึ่ง ผสมน้ำ 20 ลิตร พันไว้ตามกิ่งสามารถป้องกันไม่ให้มดคาบเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่าง ๆ ของทุเรียน และต้องชุบสารฆ่าแมลงซ้ำทุก 10 วัน หรือการพ่นสารกำจัดแมลงไปที่โคนต้น จะช่วยป้องกันมดและลดการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้ ได้แก่
- มาลาไทออน 83% EC อัตรา 20 มิลลิลิตร
- คาร์บาริล 85% WP อัตรา 10 กรัม
4. ใช้สารกำจัดแมลง คาร์บาริล 85% WP อัตรา 50 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นเฉพาะต้นที่พบเพลี้ยแป้งทำลาย

